ขั้นตอนผลิตประตูไม้สักจากโรงงาน วู๊ดแพร่ทำอะไรบ้างก่อนส่งลูกค้า

การเลือกซื้อ ประตูไม้สัก ไม่ควรดูแค่แบบสวยหรือราคาถูกอย่างเดียว เพราะประตูไม้สักเป็นงานไม้ธรรมชาติที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนก่อนส่งถึงมือลูกค้า ตั้งแต่การคัดไม้ การแบ่งเกรดไม้ การอบไม้ การไสไม้ การประกอบบาน งานลูกฟัก งานกระจก งานทำสี ไปจนถึงการตรวจงานก่อนจัดส่ง

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมประตูไม้สักแต่ละร้านราคาต่างกัน บางร้านราคาถูกมาก บางร้านราคาสูงกว่า ทั้งที่ดูภายนอกก็เป็นประตูไม้สักเหมือนกัน ความจริงแล้วราคาส่วนหนึ่งมาจาก ขั้นตอนผลิตประตูไม้สัก และคุณภาพการควบคุมงานของแต่ละโรงงาน

ที่วู๊ดแพร่ เราให้ความสำคัญกับการผลิตทุกขั้นตอน เพราะประตูไม้สักที่ดีควรแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน เปิด–ปิดได้ดี และเหมาะกับตำแหน่งติดตั้งจริงของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าบ้าน ประตูห้องนอน ประตูบานคู่ ประตูบานเลื่อน หรือประตูไม้สักกระจกนิรภัย

บทความนี้จะพาไปดูว่า ก่อนประตูไม้สักหนึ่งบานจะถูกส่งให้ลูกค้า โรงงานต้องทำอะไรบ้าง และแต่ละขั้นตอนสำคัญอย่างไร


1. เริ่มจากจัดหาไม้สักท่อนและไม้แปรรูป

ขั้นตอนแรกของโรงงานคือการจัดหาไม้สักท่อนเพื่อนำมาเลื่อยแปรรูปเอง หรือคัดไม้แปรรูปเพิ่มเติมในช่วงที่งานผลิตมีจำนวนมาก จากนั้นจึงคัดไม้ให้เหมาะกับงานประตู วงกบ หน้าต่าง และงานไม้สักอื่น ๆ ก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนอบไม้

ไม้สักท่อนสำหรับผลิตประตูไม้สัก
ขั้นตอนผลิตเริ่มจากการคัดไม้สักให้เหมาะกับงานก่อนนำไปแปรรูป

2. การอบไม้และควบคุมความชื้นก่อนผลิต

ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถดูดและคายความชื้นได้ หากนำไม้ที่ยังมีความชื้นสูงมาผลิตเป็นประตู อาจเกิดปัญหาภายหลัง เช่น บานหด บิด งอ โก่ง หรือเปิด–ปิดไม่สนิท

ที่วู๊ดแพร่ให้ความสำคัญกับการอบไม้ก่อนผลิต โดยมีขั้นตอนนำไม้เข้าเตาอบ และใช้เวลาการอบประมาณ 10 วัน 10 คืน เพื่อช่วยลดความชื้นในเนื้อไม้ก่อนนำไปผลิตเป็นประตู วงกบ หน้าต่าง หรือสินค้าไม้สักอื่น ๆ

หลังอบไม้แล้ว จะมีการคัดแยกเกรดไม้ เช่น เกรด A, B+, B และตรวจสอบความพร้อมของไม้ก่อนนำไปผลิต โดยทางร้านให้ความสำคัญกับความแห้งของเนื้อไม้ และมีการวัดความชื้นไม้ก่อนจัดส่งสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 8–15%

เตาอบไม้สักก่อนผลิตประตู
ไม้แปรรูปจะถูกนำเข้าเตาอบประมาณ 10 วัน 10 คืน เพื่อลดความชื้นในเนื้อไม้

การอบไม้ช่วยให้

  • ลดความชื้นในเนื้อไม้
  • ลดโอกาสบานหดหรือบิดงอ
  • ช่วยให้ไม้มีความนิ่งมากขึ้น
  • ช่วยให้งานประกอบแน่นขึ้น
  • ช่วยให้งานสีติดทนขึ้น
  • ลดปัญหาหลังติดตั้ง

โดยเฉพาะประตูหน้าบ้านหรือประตูที่อยู่ในตำแหน่งที่มีแดด ลม ฝน หรือความชื้น การเลือกไม้แห้งและผ่านการเตรียมที่ดีจะช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น


3. คัดไม้สักให้เหมาะกับงาน

ขั้นตอนแรกของการผลิตประตูไม้สัก คือการคัดไม้ให้เหมาะกับประเภทงาน เพราะไม้สักแต่ละเกรดมีคุณภาพ สีไม้ ลายไม้ กระพี้ ตาไม้ อายุไม้ และราคาต่างกัน

ทางวู๊ดแพร่แบ่งเกรดไม้สักเพื่อให้ลูกค้าเลือกตามงบประมาณและลักษณะงาน เช่น

  • ไม้สักเก่าคัดเกรด
  • ไม้สักเก่า
  • ไม้สักเกรด A อบแห้ง
  • ไม้สักเกรด B+ คัดเกรดไม่ติดกระพี้
  • ไม้สักเกรด B+ อบแห้ง
  • ไม้สักเกรด B อบแห้ง
เกรดไม้สัก
การแยกเกรดไม้สัก

โดยทั่วไปทางร้านแนะนำให้เลือกไม้สักเกรด B+ ขึ้นไป เพราะเป็นไม้ที่ผ่านการอบแห้งและเหมาะกับการนำมาผลิตเป็นประตูไม้สักมากกว่าไม้เกรดต่ำหรือไม้ที่ไม่ได้อบแห้ง

ถ้าเป็นงานที่ต้องการควบคุมงบ เช่น ประตูภายในบ้าน ประตูห้องนอน หรือประตูทั่วไป สามารถเลือกไม้สักอบแห้งเกรดเหมาะสมได้ เพราะราคาประหยัดกว่าและยังเป็นไม้สักแท้

แต่ถ้าเป็นงานประตูหน้าบ้าน งานบานคู่ งานโชว์ หรืองานที่ต้องการความพรีเมียม สามารถเลือกไม้สักเก่าหรือไม้สักคัดเกรดได้ เพราะไม้สักเก่าจะมีจุดเด่นคือ ไม่มีกระพี้ ลายไม้แน่น สีไม้เข้มกว่า ตาไม้น้อยกว่า และดูเรียบร้อยกว่า

การคัดไม้ตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกไม้ไม่เหมาะกับงาน ต่อให้แบบประตูสวย ก็อาจได้งานที่ไม่ตรงกับความคาดหวังของลูกค้า


4. ใช้เครื่องจักรไสไม้ ตัดไม้ และเตรียมชิ้นส่วนตามแบบ

หลังจากได้ไม้ที่ผ่านการอบและคัดเกรดแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการไสไม้ ตัดไม้ และเตรียมชิ้นส่วนต่าง ๆ ของประตู โดยโรงงานจะใช้เครื่องจักรช่วยในการแปรรูป เพื่อให้ขนาดไม้สม่ำเสมอ งานออกมาเรียบร้อย และพร้อมสำหรับการประกอบเป็นบานประตู

ชิ้นส่วนที่ต้องเตรียม เช่น

  • กรอบบาน
  • ลูกฟัก
  • คิ้วไม้
  • ช่องกระจก
  • ชิ้นไม้สำหรับทำลายโมเดิร์น
  • ชิ้นส่วนเสริมความแข็งแรง

การไสไม้และตัดไม้ต้องทำให้ได้ขนาดตามแบบ เพราะถ้าไม้ไม่ได้ขนาด อาจทำให้ประกอบบานยาก รอยต่อไม่แน่น หรือประตูบิดเสียรูปได้ง่าย

วู๊ดแพร่มีเครื่องจักรสำหรับผลิตประตูไม้สัก ไม้คิ้ว ไม้บัว ซับวงกบ ไม้พื้น ไม้ฝา และไม้เพดาน ซึ่งช่วยให้การผลิตมีความแม่นยำ ทำงานได้ต่อเนื่อง และควบคุมคุณภาพของชิ้นงานได้ดีกว่างานที่ทำแบบไม่เป็นระบบ

ประตูไม้สัก โรงงานวู๊ดแพร่
เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต

5. ประกอบโครงบานประตูให้ได้ฉากและแข็งแรง

หลังจากเตรียมชิ้นไม้เรียบร้อยแล้ว ช่างจะเริ่มประกอบโครงบานประตู ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะโครงบานเป็นส่วนที่รับน้ำหนักและกำหนดความแข็งแรงของประตูทั้งบาน

งานประกอบที่ดีต้องคำนึงถึง

  • ขนาดบานต้องได้ตามแบบ
  • มุมบานต้องได้ฉาก
  • รอยต่อไม้ต้องแน่น
  • โครงบานต้องไม่บิด
  • ลูกฟักต้องอยู่ในตำแหน่งเหมาะสม
  • ความหนาบานต้องสัมพันธ์กับการใช้งาน
  • ต้องเผื่อการขยายและหดตัวของไม้ตามธรรมชาติ

ถ้างานประกอบไม่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาภายหลัง เช่น บานตก บานฝืด ลูกฟักขยับ หรือรอยต่อเริ่มแยก

ดังนั้นโรงงานที่ผลิตเองจะสามารถควบคุมขั้นตอนนี้ได้ดีกว่า เพราะช่างเห็นงานตั้งแต่เริ่มคัดไม้จนถึงการประกอบจริง

การเตรียมไม้ก่อนผลิตประตูไม้สัก
ไม้แต่ละชิ้นต้องผ่านการไส ตัด และเตรียมขนาดให้เหมาะกับแบบประตู
การประกอบประตูไม้สักจากโรงงาน
งานประกอบบานที่แน่นและได้ฉาก ช่วยให้ประตูแข็งแรงและใช้งานได้ดี

6. งานลายประตู งานโมเดิร์น งานแกะสลัก และงานสั่งทำพิเศษ

ประตูไม้สักมีหลายรูปแบบ เช่น บานเรียบ บานลูกฟัก บานโมเดิร์น บานแกะสลัก บานกระจก หรือบานคู่หน้าบ้าน แต่ละแบบมีรายละเอียดการผลิตไม่เหมือนกัน

ถ้าเป็นบานลูกฟัก ต้องดูเรื่องขนาดลูกฟัก ระยะคิ้ว และรอยต่อไม้
ถ้าเป็นบานโมเดิร์น ต้องดูเส้นลาย ความเรียบ และสัดส่วนของแบบ
ถ้าเป็นบานแกะสลัก ต้องเลือกไม้ที่เหมาะกับงานแกะ และใช้ช่างที่มีความละเอียด
ถ้าเป็นบานกระจก ต้องเตรียมช่องกระจกให้พอดีและแข็งแรง

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลต่อทั้งความสวยงามและราคา เพราะงานที่ซับซ้อน ใช้เวลาผลิตมากกว่า และต้องใช้ช่างที่มีฝีมือมากขึ้น

ลูกค้าสามารถเลือกแบบประตูตามสไตล์บ้านได้ เช่น บ้านโมเดิร์น บ้านไทย บ้านไม้ บ้านลอฟท์ หรือบ้านร่วมสมัย หากมีแบบที่ชอบอยู่แล้ว สามารถส่งรูปให้ทีมงานช่วยประเมินความเหมาะสมของแบบ ขนาด และงบประมาณก่อนผลิตได้


7. งานกระจกนิรภัยและการเตรียมช่องกระจก

สำหรับประตูไม้สักที่ต้องการความโปร่ง รับแสง หรือเพิ่มความโมเดิร์น สามารถทำเป็น ประตูไม้สักกระจกนิรภัย ได้ เช่น กระจกใส กระจกฝ้า กระจกสีชา หรือกระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์/ลามิเนตตามความเหมาะสม

การทำประตูกระจกต้องดูหลายเรื่อง เช่น

  • ขนาดช่องกระจก
  • ความหนากระจก
  • ประเภทกระจก
  • ความปลอดภัย
  • ความเป็นส่วนตัว
  • การรับน้ำหนักของบาน
  • การเข้ากรอบไม้ให้แน่นและเรียบร้อย

ประตูไม้สักผสมกระจกเหมาะกับบ้านที่ต้องการความโปร่งและดูสวยทันสมัย เช่น ประตูหน้าบ้าน ประตูห้องรับแขก ประตูบานเลื่อน หรือประตูเชื่อมพื้นที่ภายในบ้าน

หากเป็นประตูหน้าบ้าน แนะนำให้เลือกกระจกที่เหมาะกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น กระจกนิรภัย กระจกฝ้า หรือกระจกสีชา ขึ้นอยู่กับสไตล์บ้านและตำแหน่งติดตั้งจริง


8. ขัดผิวและเตรียมงานก่อนทำสี

ก่อนทำสี ประตูไม้สักต้องผ่านการขัดผิวให้เรียบร้อย เพื่อให้พื้นผิวไม้เรียบ สีติดดี และงานออกมาสวย

ขั้นตอนนี้ต้องดูทั้งพื้นผิวด้านหน้า ด้านหลัง ขอบบาน ร่องคิ้ว และจุดรอยต่อ เพราะหากเตรียมผิวไม่ดี งานสีอาจไม่เรียบ สีติดไม่สม่ำเสมอ หรือเห็นรอยขรุขระหลังทำสี

จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ขอบบนของบาน
  • ขอบล่างของบาน
  • ร่องคิ้ว
  • รอยต่อไม้
  • ช่องกระจก
  • มุมบาน
  • พื้นผิวด้านหน้าและด้านหลัง

การขัดและเตรียมผิวก่อนทำสีจึงเป็นอีกขั้นตอนที่ช่วยให้ประตูดูสวยและใช้งานได้นานขึ้น โดยเฉพาะประตูหน้าบ้านที่ต้องเจอแดด ลม ฝน และความชื้น


9. งานทำสีหรือเคลือบผิวประตูไม้สัก

งานทำสีไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ยังช่วยปกป้องผิวไม้จากความชื้น แดด ฝน และการใช้งานในระยะยาว

โดยเฉพาะประตูหน้าบ้าน ควรเลือกงานทำสีหรือเคลือบผิวให้เหมาะกับสภาพหน้างาน เช่น บ้านที่โดนแดดจัด ฝนสาด หรือความชื้นสูง ควรใส่ใจเรื่องการเคลือบผิวมากขึ้น

งานทำสีที่ดีควรดูเรื่อง

  • โทนสีที่ลูกค้าต้องการ
  • ความเรียบของผิวสี
  • การเก็บสีตามขอบบาน
  • การเก็บสีด้านหลังบาน
  • การเคลือบขอบบนและขอบล่าง
  • ความเหมาะสมกับงานภายในหรือภายนอก
  • ความเข้ากันกับวงกบและสไตล์บ้าน

หลังจากทำสีแล้ว ควรตรวจความเรียบร้อยของผิวสีอีกครั้งก่อนส่งงาน เพราะงานสีมีผลทั้งต่อความสวยงามและอายุการใช้งานของประตูไม้สัก


10. ตรวจขนาดและความเรียบร้อยก่อนส่งงาน

ก่อนส่งงานให้ลูกค้า โรงงานควรตรวจสอบประตูทุกบานให้เรียบร้อย ทั้งด้านขนาด ความแข็งแรง ความสวยงาม และรายละเอียดการใช้งาน

สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่

  • ขนาดกว้าง × สูง
  • ความหนาบาน
  • ความเรียบร้อยของลายไม้
  • ความเรียบร้อยของงานประกอบ
  • ความแน่นของลูกฟัก
  • ความเรียบร้อยของงานคิ้ว
  • งานกระจก ถ้ามี
  • งานทำสี
  • ขอบบาน
  • จุดบิ่น แตก หรือรอยตำหนิ
  • ความพร้อมก่อนแพ็กส่ง

การตรวจงานก่อนส่งช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อสินค้าไปถึงมือลูกค้า และทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่างานผ่านการดูแลจากโรงงานก่อนจัดส่ง


11. ถ่ายรูปส่งให้ลูกค้าตรวจดูก่อนจัดส่ง

หลัง QC ตรวจสอบงานเรียบร้อยแล้ว ทางโรงงานจะถ่ายรูปงานจริงส่งให้ลูกค้าดูเบื้องต้นก่อนจัดส่ง เพื่อให้ลูกค้าเห็นแบบประตู ลายไม้ สีงาน กระจก หรือรายละเอียดที่สั่งไว้ หากลูกค้าตรวจดูแล้วเรียบร้อยและยืนยันงานแล้ว ทางโรงงานจึงเข้าสู่ขั้นตอนแพ็กสินค้าและจัดส่ง

ประตูไม้สักสำเร็จก่อนจัดส่ง
ก่อนจัดส่งจะมี QC ตรวจงานและถ่ายรูปส่งให้ลูกค้าดูเบื้องต้น

12. การแพ็กสินค้าและจัดส่ง

ประตูไม้สักเป็นงานไม้ที่มีน้ำหนักและต้องระวังเรื่องรอยกระแทก การแพ็กสินค้าจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญก่อนจัดส่ง

การแพ็กที่ดีช่วยป้องกัน

  • มุมบานกระแทก
  • ผิวสีเป็นรอย
  • กระจกเสียหาย
  • บานประตูโดนความชื้นระหว่างขนส่ง
  • ความเสียหายจากการยกหรือวางทับ

สำหรับงานที่มีขนาดใหญ่ เช่น ประตูบานคู่ ประตูบานเลื่อน หรือชุดประตูพร้อมวงกบ ควรจัดส่งอย่างระมัดระวัง และควรแจ้งลูกค้าก่อนรับสินค้าให้ตรวจสอบงานเมื่อได้รับ


13. มีตัวอย่างงานและรับผลิตตามแบบ

นอกจากขั้นตอนผลิตแล้ว อีกจุดที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นคือการมีตัวอย่างงานให้ดูจริง วู๊ดแพร่มีตัวอย่างประตูที่โชว์รูม และรับผลิตตามแบบ ลูกค้าจึงสามารถเลือกแบบ ขนาด เกรดไม้ งานกระจก และงานทำสีให้เหมาะกับงบประมาณและสไตล์บ้านได้

การมีตัวอย่างงานจริงช่วยให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างของ

  • แบบประตู
  • สีไม้
  • ลายไม้
  • เกรดไม้
  • งานกระจก
  • งานทำสี
  • งานบานเดี่ยว บานคู่ หรือบานเลื่อน

หากลูกค้ามีแบบที่ชอบอยู่แล้ว สามารถส่งรูปแบบประตู พร้อมขนาดกว้าง×สูง ให้ทีมงานช่วยประเมินราคาและแนะนำเกรดไม้ที่เหมาะสมก่อนผลิตได้

ประตูไม้สัก ประตูบ้าน
โชว์รูมประตูไม้สัก และงานไม้สัก

14. ทำไมซื้อประตูไม้สักจากโรงงานผลิตเองถึงมั่นใจกว่า

การซื้อประตูไม้สักจากโรงงานที่ผลิตเอง ช่วยให้ลูกค้าได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่า เพราะสามารถสอบถามได้ตั้งแต่เรื่องเกรดไม้ ขนาด แบบประตู งานทำสี งานกระจก และรายละเอียดหน้างาน

ข้อดีของการซื้อจากโรงงานผลิตเอง เช่น

  • เลือกแบบประตูได้
  • เลือกขนาดได้ตามหน้างาน
  • เลือกเกรดไม้ตามงบได้
  • เลือกไม้สักอบแห้งหรือไม้สักเก่าได้
  • สั่งทำบานเดี่ยว บานคู่ หรือบานเลื่อนได้
  • เลือกงานกระจกและงานทำสีได้
  • สอบถามรายละเอียดกับทีมงานโดยตรง
  • ลดปัญหาคนกลางสื่อสารผิด
  • ตรวจสอบขั้นตอนผลิตได้มากกว่า
  • มีทีมงานช่วยแนะนำก่อนผลิต

วู๊ดแพร่ผลิตประตูไม้สักจากโรงงาน มีให้เลือกหลายแบบ หลายเกรด และหลายงบประมาณ ลูกค้าสามารถเลือกให้เหมาะกับบ้านและการใช้งานจริงได้

โรงงานผลิตประตูไม้สักวู๊ดแพร่
วู๊ดแพร่ผลิตประตูไม้สักจากโรงงาน เลือกแบบ ขนาด เกรดไม้ และงานทำสีได้ตามงบประมาณ

15. ก่อนสั่งผลิต ลูกค้าควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

เพื่อให้โรงงานประเมินราคาและผลิตงานได้ตรงกับความต้องการ ลูกค้าควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นก่อนสอบถามราคา

ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่

  • รูปแบบประตูที่ต้องการ
  • ขนาดกว้าง × สูง
  • ต้องการบานเดี่ยว บานคู่ หรือบานเลื่อน
  • ใช้เป็นประตูหน้าบ้านหรือประตูภายใน
  • ต้องการไม้สักอบแห้งหรือไม้สักเก่า
  • ต้องการบานทึบหรือผสมกระจก
  • ต้องการทำสีหรือรับเป็นไม้ดิบ
  • มีวงกบเดิมหรือสั่งพร้อมวงกบ
  • จังหวัดปลายทางสำหรับจัดส่ง

ยิ่งให้ข้อมูลครบ ทีมงานก็จะช่วยประเมินราคาและแนะนำแบบประตูได้ใกล้เคียงกับความต้องการมากขึ้น


16. สรุป ขั้นตอนผลิตประตูไม้สักสำคัญกว่าที่หลายคนคิด

ขั้นตอนผลิตประตูไม้สัก มีผลต่อทั้งความสวยงาม ความแข็งแรง ราคา และอายุการใช้งานของประตู ตั้งแต่การคัดไม้ แบ่งเกรด อบไม้ วัดความชื้น ไสไม้ ประกอบบาน ขัดผิว ทำสี ตรวจงาน ไปจนถึงการแพ็กและจัดส่ง

จุดสำคัญที่ลูกค้าควรดู ไม่ใช่แค่แบบประตูหรือราคาถูกที่สุด แต่ควรดูว่าโรงงานมีการคัดเกรดไม้หรือไม่ ไม้ผ่านการอบแห้งหรือไม่ มีการวัดความชื้นหรือไม่ และมีขั้นตอนตรวจงานก่อนส่งหรือไม่

วู๊ดแพร่เป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายงานไม้สักโดยตรง มีทั้งประตู วงกบ หน้าต่าง บานเฟี้ยม ไม้พื้น ไม้ฝา ไม้เพดาน ปาร์เก้ ไม้คิ้ว ไม้บัว เฟอร์นิเจอร์ และงานไม้สักอื่น ๆ โดยมีขั้นตอนตั้งแต่คัดวัตถุดิบ อบไม้ คัดแยกเกรด ผลิต ขัด ทำสี และตรวจสอบก่อนส่งสินค้า

หากต้องการประตูไม้สักราคาคุ้มค่า สามารถเลือกไม้สักอบแห้งเกรดเหมาะสมได้ แต่หากต้องการงานหน้าบ้านพรีเมียม ไม่มีกระพี้ ลายไม้สวย และดูหรูขึ้น ไม้สักเก่าหรือไม้สักคัดเกรดจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหน สามารถส่งรูปแบบประตูที่ชอบ พร้อมขนาดที่ต้องการ ให้ทีมงานช่วยแนะนำและประเมินราคาเบื้องต้นได้


FAQ ท้ายบทความ

ขั้นตอนผลิตประตูไม้สักเริ่มจากอะไร?

ขั้นตอนผลิตประตูไม้สักเริ่มจากการคัดไม้ เลือกเกรดไม้ให้เหมาะกับงาน จากนั้นนำไม้ไปอบหรือควบคุมความชื้น ก่อนนำมาไส ตัด ประกอบบาน ทำสี ตรวจงาน และเตรียมจัดส่งให้ลูกค้า

วู๊ดแพร่แบ่งเกรดไม้สักอย่างไร?

วู๊ดแพร่แบ่งเกรดไม้สักหลายระดับ เช่น ไม้สักเก่า ไม้สักเก่าคัดเกรด ไม้สักเกรด A อบแห้ง ไม้สักเกรด B+ คัดเกรด ไม้สักเกรด B+ อบแห้ง และไม้สักเกรด B อบแห้ง โดยแนะนำให้เลือกไม้สักเกรด B+ ขึ้นไป เพราะเป็นไม้ที่ผ่านการอบแห้งและเหมาะกับการผลิตประตูไม้สักมากกว่าไม้ที่ไม่ได้อบแห้ง

ทำไมประตูไม้สักต้องใช้ไม้แห้ง?

เพราะไม้ที่ยังมีความชื้นสูงมีโอกาสหด บิด หรือโก่งหลังติดตั้งได้ง่าย การใช้ไม้สักอบแห้งหรือไม้ที่ควบคุมความชื้นเหมาะสม จะช่วยให้บานประตูนิ่งขึ้นและลดปัญหาในระยะยาว

ทำไมต้องวัดความชื้นไม้ก่อนผลิตหรือก่อนส่ง?

เพราะความชื้นในไม้มีผลต่อการหด บิด งอ และความนิ่งของบานประตู การวัดความชื้นช่วยให้มั่นใจว่าไม้แห้งในระดับเหมาะสมก่อนนำไปผลิตหรือส่งให้ลูกค้า โดยวู๊ดแพร่ให้ความสำคัญกับความชื้นไม้ในช่วงประมาณ 8–15%

ประตูไม้สักอบแห้งกับไม้สักเก่าต่างกันอย่างไร?

ไม้สักอบแห้งราคาประหยัดกว่าและเลือกเกรดได้ตามงบ แต่อาจมีกระพี้ตามเกรด ส่วนไม้สักเก่ามักมีสีเข้มกว่า ลายไม้แน่นกว่า ตาไม้น้อยกว่า และไม่มีกระพี้ เหมาะกับงานหน้าบ้านพรีเมียม

งานทำสีประตูไม้สักสำคัญไหม?

สำคัญ เพราะงานทำสีช่วยเพิ่มความสวยงามและช่วยปกป้องผิวไม้จากความชื้น แดด และฝน โดยเฉพาะประตูหน้าบ้านควรเลือกงานทำสีหรือเคลือบผิวให้เหมาะกับตำแหน่งติดตั้ง

โรงงานผลิตเองดีกว่าซื้อผ่านร้านทั่วไปอย่างไร?

การซื้อจากโรงงานผลิตเองช่วยให้สอบถามรายละเอียดได้ตั้งแต่เกรดไม้ ขนาด แบบประตู งานกระจก งานทำสี และขั้นตอนผลิต อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาคนกลางสื่อสารผิด และสามารถเลือกงานให้เหมาะกับงบประมาณได้มากกว่า

ก่อนสั่งผลิตประตูไม้สักต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ควรเตรียมรูปแบบประตูที่ต้องการ ขนาดกว้าง×สูง ตำแหน่งติดตั้ง เกรดไม้ที่ต้องการ งานกระจก งานทำสี และรูปหน้างานจริง เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินราคาได้ใกล้เคียงที่สุด

สั่งผลิตประตูไม้สักต้องมัดจำเท่าไหร่?

โดยทั่วไปงานสั่งผลิตจะมีการวางมัดจำก่อนเริ่มงานประมาณ 30% เพื่อยืนยันการผลิต ส่วนยอดคงเหลือชำระหลังตรวจรับสินค้าเรียบร้อย โดยสามารถชำระกับพนักงานขนส่งหรือโอนตามช่องทางที่ตกลงไว้


บทความและสินค้าที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top
LINE โทร 091-8598786